For more information or support. Please contact us at info@knowingbuddha.org

To help us speak out and protect Buddha and Buddhism please visit 5000s.org

© 2012-2019 Knowing Buddha Organization

First Exhibition in Sydney, Australia

April 18, 2017

Thailand Grand Festival 2017 - Australia

 

เนื่องในช่วงเทศกาลปีใหม่ข้าพเจ้าได้จัดเตรียมนิตยสารฉบับพิเศษ ธ สถิตในหทัยราษฎร์ และปฏิทินขององค์กรเพื่อมอบให้กับหน่วยงานทั้งภาครัฐ วัดและเอกชนที่ได้ให้การช่วยเหลือสนับสนุนองค์กร และก็เป็นเหมือนของขวัญที่เราได้รับกลับมาจากทางกงสุลใหญ่นครซิดนีย์ เมื่อท่านรองกงสุลใหญ่ คุณศศรักษ์ ศะศิวานิช ได้บอกกับข้าพเจ้าว่าจะมีงาน Thailand Grand Festival 2017 จัดขึ้นภายใต้ ธีมงาน “ทำความดี สืบสานพระราชปณิธาน” เพื่อเทิดพระเกียรติและถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดไม่ได้ของพระองค์ ขึ้นในเดือนมีนาคมนี้ และอยากให้องค์กรโนอิ้งบุดดาเข้ามาร่วมงาน ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นกังวลพอสมควรว่าจะรับงานนี้ดีไหม เพราะไม่เคยทำมาก่อน แต่พอท่านรองกงสุลบอกว่ามีความประทับใจในนิตยสารฉบับพิเศษ และอยากให้นำมาจำหน่ายเป็นที่ระลึกในงานครั้งนี้ อยากให้พี่น้องชาวไทยในซิดนีย์ได้มีหนังสือดีๆ เก็บไว้ ก็ตัดสินใจรับงานครั้งนี้ทันที
..
เริ่มแรกนั้นได้รายงานเรื่องนี้แก่ทางองค์กร และตั้งใจจะซื้อนิตยสารประมาณ 50 เล่มเองโดยนำมาจำหน่ายและนำเงินเข้ามูลนิธิ แต่สิ่งข้าพเจ้าได้รับทราบกลับมาคือ ท่านอาจารย์ได้แจ้งว่าจะจัดส่งนิตยสารจำนวน 200 เล่ม พร้อมออกแบบโปสเตอร์ และบูท รวมถึงจัดส่งมาซิดนีย์โดยทางองค์กรเป็นผู้จัดการค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทันทีที่อ่านอีเมลเสร็จ น้ำตาไหลอาบแก้มซาบซึ้งในความเมตตาอันไม่มีประมาณของท่านอาจารย์ต่อศิษย์ยิ่งนัก จากนั้นข้าพเจ้าก็เริ่มดำเนินการและหาทีมงานช่วยในงานครั้งนี้ ได้ติดต่อศิษย์เตโชที่พำนักอยู่ในซิดนีย์ คุณเพียง-นภัสกรณ์ กาแวน มาช่วยในงานจัดดอกไม้ คุณ Bradley Williams หรือคุณแบรดสามีของพี่ย่า มาช่วยงานเบื้องหลังต่าง ๆ รวมถึงศิษย์ทางเมืองไทยที่สามารถบินมาช่วยงานได้ อย่างพี่โต๋-สิริพงษ์ อัมพะวะสิริ และน้องส้ม-มนกานต์ บุญสนอง มาเป็นนางฟ้าให้กับบูทของเรา
..
การเตรียมงานจัดหาอุปกรณ์ และทีมงานนั้นค่อนข้างราบรื่นในช่วงแรก แต่ช่วงหนึ่งเดือนก่อนเริ่มงานทางเทศบาล Darling Harbor มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องเวลาการเข้าจัดเตรียมสถานที่ในวันศุกร์ที่ 24 มีนาคมถึง 3 ครั้ง ทำให้เราต้องหาช่างไม้คนใหม่เพื่อมาช่วยทำฉาก ซึ่งถือเป็นเรื่องโชคดีมากที่เราได้คุณขจร อาทรศรีมาช่วยงานในครั้งนี้ คุณจรได้เตรียมจัดซื้ออุปกรณ์ สร้างเฟรมไม้ และตัดไม้ไว้ล่วงหน้า เพื่อประหยัดเวลาในการทำงานจริง และทราบจากคุณจรว่าการสร้างเฟรมไม้นั้นลำบากพอสมควร เพราะเนื่องจากฝนตกติดต่อกันมาเป็นเวลาเกือบเดือน ไม่สามารถทำงานกลางแจ้งได้เลย ต้องใช้ระเบียงด้านหลังบ้านสร้างเฟรมได้ทีละอัน
..
วันศุกร์ที่ 24 มีนาคม ข้าพเจ้าไปรับรถเพื่อไปขนของตามจุดที่นัดหมายในที่ต่าง ๆ และแวะรับคุณจรเพื่อขนฉากไม้ทั้งหมดเพื่อเริ่มงานในช่วงบ่าย เพราะทางเทศบาลนั้นอนุญาตให้เริ่มงานได้หลังบ่าย 1 โมง และสามารถเอารถเข้าไปครั้งละ 3 คันโดยมีเจ้าหน้าที่เดินนำรถไปตามซุ้มต่าง ๆ กฎระเบียบเรื่องความปลอดภัยและเวลาการเอารถเข้าออกนั้นเข้มงวดมาก เมื่อไปถึงคุณจรทำการวัดเต๊นท์เพื่อประกอบฉาก เกิดการผงะเล็กน้อย เพราะขนาดของเต็นท์นั้นเล็กกว่าที่แจ้งเราไว้คือ ขนาด 3x3x3 เมตร ส่วนของจริงนั้นยอดโดมสูง 3 เมตร แต่คานสูงเพียงแค่ 2.2 เมตร และความกว้าง 2.8 เมตร ส่วนความยาว 3 เมตรตรงตามที่แจ้งไว้ ฉากความสูงที่เราทำมาคือ 2.4 เมตร และเฟรมความกว้างและยาว 3*3 เมตร เฟรมที่ทำมาทั้งหมดต้องนำมาแก้ไขขนาด เครื่องมือช่างก็ไม่ได้เตรียมมามากนัก เพราะเห็นว่าตัดงานมาเรียบร้อยแล้ว คราวนี้เราต้องใช้แรงมือเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเลื่อย ไขควง ยกเว้นเพียงสว่านไฟฟ้าเพียงชิ้นเดียวที่เป็นเครื่องทุ่นแรง ข้าพเจ้าโชคดีมาก ๆ ที่ได้คุณจรมาช่วยครั้งนี้ เพราะพี่จรใจเย็นมาก ไม่ตำหนิหรือต่อว่าอะไรเข้าใจในเหตุและปัจจัย ช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีเยี่ยม จากงานที่คิดว่าได้เตรียมตัวไว้ดีแล้วกลับต้องใช้เวลาในการสร้างฉากอยู่หลายชั่วโมง จนประมาณ 1 ทุ่มฉากติดตั้งเสร็จถึงเวลาติดโปสเตอร์ ปรากฏว่าหาโปสเตอร์ไม่เจอ หายังไงก็ไม่เจอ ไม่ว่าจะค้นในถังขยะ เผื่อมีคนเข้าใจผิดเอาไปทิ้ง พวกเราเริ่มนิ่งและคิดย้อนว่าเห็นครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ข้าพเจ้าเป็นผู้จับคนสุดท้าย คือใส่ไว้ในรถขนของก่อนออกจากบ้านพี่จร เริ่มคิดว่าอาจจะหล่นกลางทาง เพราะตอนที่ขับรถบนมอเตอร์เวย์ได้มีคนบีบแตรครั้งหนึ่ง แต่เราไม่เห็นมีอะไรผิดปกติจึงไม่ได้สนใจหยุดจอด
..
เมื่อเห็นว่าคงหายแน่นอน ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจโทรศัพท์หาน้องนิว อาภาณี เล่าเหตุการณ์ให้ฟัง และขอไฟล์เพื่อเตรียมหาร้านปริ้นท์โปสเตอร์ที่นี่ทันที
น้องนิวเล่าให้ฟังว่า “ช่วงเวลานั้นก็ระทึกขวัญแทน เพราะรู้ว่ามันคงยากมากที่จะจัดเตรียมหาร้านที่จะรับปริ้นท์งานให้ได้ตอนดึก แล้วเมืองนอกก็คงคุยงานของานด่วนได้ยากมาก จึงได้ตัดสินใจโทรปรึกษาพี่เปิ้ล สุวลักษณ์ เพื่อเล่าเรื่องให้ฟังและขอคำแนะนำ”...พี่เปิ้ลจึงให้คำแนะนำผ่านน้องนิวมาว่า ให้ข้าพเจ้าทำจิตให้นิ่งแล้วน้อมจิตอาราธนาถึงท่านอาจารย์ และองค์พระเจ้าตากสินมหาราชได้เมตตาช่วยในกิจครั้งนี้ และท่องบทสวดพุทธัง สรณัง คัจฉามิ ก่อนที่จะให้ลองไปค้นหาของที่รถใหม่.....เพียงแค่ตั้งจิต ข้าพเจ้าสัมผัสกระพระรัตนตรัยขององค์พ่อแม่ครูอาจารย์ได้แรงมาก น้ำตาไหลซาบซึ้งถึงความเมตตาเป็นห่วง และให้กำลังใจ ทำให้จิตข้าพเจ้านิ่งมาก ไม่ตื่นเต้นลนลาน หรือกลัวว่าจะหาโปสเตอร์ไม่ได้ คิดแต่ว่าอะไรจะเกิดก็เกิดเราทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
..
ข้าพเจ้าเดินทางกลับไปที่รถขนของเพื่อลองค้นดูอีกครั้ง ใช้เวลาเดินทางกลับร่วม 1 ชม เพื่อกลับไปยังรถเช่าที่คืนร้านไปแล้ว ช่วงระหว่างที่เดินทางก็ได้โทรศัพท์ขอให้พนักงานของบริษัทช่วยเช็ครถให้ แต่ก็ไม่พบอะไร ข้าพเจ้าตั้งใจว่าจะไปหาด้วยตัวเองอีกครั้ง และควบคู่ไปกับการการโทรหาร้านค้า ที่สามารถพิมพ์งานเร่งด่วนได้ ร้านแรกที่โทร.ไปปิด 3 ทุ่มและไม่รับพิมพ์โปสเตอร์ขนาดใหญ่ได้ทัน ลองโทร.หาร้านของคนไทยแต่ เครื่องพิมพ์เค้าก็ไม่สามารถพิมพ์โปสเตอร์แผ่นใหญ่ได้ และในขณะเดียวกัน ก็ได้รับที่ให้ความช่วยเหลือจากน้องนิว ช่วยหาข้อมูลร้านค้าให้แบบนาทีต่อนาที...เมื่อลงจากรถไฟข้าพเจ้าได้รับโทรศัพท์จากเพื่อน ว่าเพื่อนข้างบ้านพี่จร (ช่างไม้) เจอม้วนโปสเตอร์หล่นอยู่หน้าบ้านเค้า และเค้าได้พยายามโทรศัพท์หาภรรยาพี่จร 5 รอบแต่ไม่รับสาย พี่จรบอกว่าเพื่อนบ้านคนนี้เป็นคนที่ค่อนข้างเกเร ติดยาและทะเลาะกับคนไปทั่ว แปลกมากที่เค้าได้พยายามเอาของมาคืนเราให้ได้ พี่จรจึงแซวว่าพวกเรานั้นจิตแรงมาก
..

ข้าพเจ้าเดินเข้าร้านมาทำงานที่ร้านอาหารต่อ เนื่องจากคืนวันศุกร์นั้นร้านจะยุ่งมาก กอรปกับน้องชายและพนักงานเสริฟกลับเมืองไทยช่วงนี้พอดี ทำให้พนักงานไม่พอ แม้นกายจะเหนื่อยและล้ามาก แต่เมื่อทราบว่าท่านอาจารย์ และองค์มหาราชมีมหาเมตตาต่อข้าพเจ้าและทีมงานมากมายเหลือเกิน รวมถึงศิษย์พี่ศิษย์น้องที่ร่วมส่งกำลังใจมาให้ในค่ำคืนนี้ จิตข้าพเจ้านั้นรับและรู้สึกถึงพลังแห่งกำลังใจที่อัดแน่นเข้ามาในจิตไหลมาเป็นสายไม่หยุด ซาบซึ้งในน้ำใจขององค์พ่อแม่ครูอาจารย์ องค์มหาราช และเหล่ากัลยาณมิตรทุกท่าน


ความรู้สึกและความประทับใจของทีมงาน

คุณมนกานต์ บุญสนอง
เหตุการณ์ที่ข้าพเจ้าประทับใจ มีหลากหลายเคส แต่จะขอนำมาเล่าเฉพาะที่น่าสนใจเป็นพิเศษค่ะ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติผู้หนึ่ง สนใจและยืนอ่านบอร์ดทุกอัน เค้าให้ความสนใจกับหลักแนวคิดของศาสนาพุทธ เมื่ออ่านบอร์ดจบก็มีคำถามเช่นว่า ทำไมเราต้องนั่งสมาธิ แล้วถ้าทรมานสัตว์เราจะได้รับผลกรรมเช่นไร จนถึงชีวิตหลังความตาย ข้าพเจ้าเห็นว่าท่านนี้สนใจการทำสมาธิจึงได้ให้ cd ฝึกฝนอานาปานสติและแนะนำให้เริ่มหัดนั่งเป็นประจำ
สองสามีภรรยาชาวอังกฤษเดินทางมาท่องเที่ยวที่ซิดนีย์ ทั้งคู่มีรอยสักตามตัว แต่เมื่อมาเห็นโปสเตอร์ buddha not for tattoo จึงเข้ามาพูดคุยกับเราว่า ถึงแม้เค้าทั้ง 2 จะชอบในรอยสักแต่ไม่เคยคิดจะสักรูปพระพุทธเจ้าเลย เพราะรู้สึกว่าไม่ควรสัก แม้จะไม่รู้สาเหตุว่าทำไม วันนี้เค้าได้เข้าใจแล้วว่าเพราะอะไรจึงไม่ควรทำเช่นนั้น และรู้สึกขอบคุณที่ได้ทำให้เค้าเข้าใจมากขึ้น
..
ผู้หญิงชาวไทยท่านหนึ่งมากับสามีชาวออซซี่ เธอเล่าให้ฟังว่า สามีเธอนั้นไม่เข้าใจว่าทำไมเธอต้องกราบพระพุทธรูป ก็เป็นแค่ดิน อิฐ ปูน ทำไมต้องเปลี่ยนน้ำพระทุกวัน ทำไมต้องกราบไหว้ เธอพยามอธิบายให้ฟังมานานแต่ก็ดูไม่กระจ่างอยู่ดี อยากให้เราช่วยอธิบายให้สามีเธอได้เข้าใจ สักนิดก็ยังดี สามีเธอก็ใจเย็นฟังทีมเรายืนอธิบายอยู่นานทีเดียว เธอกล่าวขอบคุณมากๆ ที่มีองค์กร KBO ขึ้นมา มีเนื้อหา 2 ภาษา ได้ช่วยอธิบายในสิ่งที่เธออยากจะบอกกับสามีมานานแล้ว คำกล่าวขอบคุณอย่างซาบซึ้งจริงใจของเธอเป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ที่ทำให้เรามีแรงเดินหน้าต่อไป
..
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายท่านที่ร่วมลงชื่อในโปสการ์ดเพื่อเป็น 1 เสียง ในการร่วมรณรงค์หยุดผลิตสินค้าที่มีพระรูป พระนาม พระสัญลักษณ์ ของพระพุทธเจ้า บางท่านส่ายหัวอย่างไม่เห็นด้วยกับสินค้าเหล่านี้และขอนำโปสการ์ดบางส่วนไปให้เพื่อนๆ ได้ดูว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ควรกระทำ วันนี้แม้กายข้าพเจ้าจะเหนื่อยล้ากับการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ตั้งแต่บินมาถึงซิดนีย์ช่วงค่ำเมื่อวาน และต้องตื่นมาแต่เช้ามืด เพราะเวลาที่นี่เร็วกว่าไทยถึง 4 ชม. และมาเจอกับอากาศร้อนแดดรุนแรงจนทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย แต่ด้วยจิตกตัญญูต่อพระพุทธศาสนา ต่อท่านอาจารย์อัจฉราวดี ผู้เป็นครูบาอาจารย์ที่สอนสั่งธรรมและขัดเกลาให้ข้าพเจ้าตื่นจากความมืดบอด ทำให้ข้าพเจ้ามีแรงใจ ที่จะยืนหยัดและออกมาปกป้องพระพุทธศาสนา ถึงแม้กายจะล้าแค่ไหน แต่เมื่อใจสู้ไม่ถอย และข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่าบารมีของท่านอาจารย์ และคุณพระศรีรัตนตรัย คุ้มครองอยู่ทำให้ข้าพเจ้ามีเรี่ยวแรง ปฏิบัติหน้าที่ได้ และงานสำเร็จลุล่วงไปได้อย่างดี งานเผยแพร่นั้นแม้มีผู้ให้ความสนใจเพียงหนึ่ง ทำให้เค้าได้รับความเข้าใจที่ถูกต้อง ให้ความเคารพพระบรมศาสดา เท่านี้ก็เป็นยาชูกำลังที่ทำให้หัวใจพองโตได้อย่างดียิ่งค่ะ
===========================

คุณนภัสรพี กาแวน
ในส่วนของการจัดดอกไม้ ก่อนปักดอกไม้ดอกแรก ใจดิฉันน้อมถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอให้ช่วยดลใจให้ดิฉันสามารถจัดออกมาได้สวย สง่าอย่างที่ตั้งใจไว้ ซึ่งงานที่ออกมาก็ทำให้ดิฉันและศิษย์ท่านอื่นๆ ต่างอิ่มเอิบ และเห็นพร้องต้องกันว่าดอกไม้ดูสวยงาม สง่าจริงๆ วันงานดิฉันทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความที่ซุ้มมีขนาดไม่ใหญ่มาก ทำให้คนส่วนใหญ่แค่มอง และก็เดินผ่านไป ดิฉันเลยเปลี่ยนแนว จะรอให้เขาเดินเข้ามาหาไม่ได้ เลยไปยืนรอหน้าซุ้มและเริ่มแนะนำว่าเรามาจากไหน จุดประสงค์ของเราคืออะไร และเชิญชวนเขาเข้ามาชมโปสเตอร์ในซุ้ม ดิฉันได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกับคนต่างชาติหลายต่อหลายคน ส่วนใหญ่จะเข้าใจจุดประสงค์ขององค์กรเป็นอย่างดี และไม่เห็นด้วยกับการลบหลู่ที่เกิดขึ้น
..
แต่ที่ทำให้จุกแน่นในอก สมองมึนไปชั่วขณะ คือชายชาวเอเซียนที่ดิฉันยื่นส่งโบว์โชว์ขององค์กรให้ เขามองมาแล้วพูดตะคอกใส่ว่า Buddha, he is not a god. I hate him. แล้วก็เดินจากไป โดยที่ดิฉันไม่มีโอกาสพูดอะไรต่อ ตอนนั้นมันแน่นในอก ไม่คาดคิดว่าจะมีใครหยาบได้ขนาดนั้น ยืนงงๆ อยู่สักพักก็หันหน้าเข้ามาในซุ้ม ภาพที่เห็นเป็นภาพแรก คือภาพที่ท่านอาจารย์ใส่ชุดวิปัสสนาสีขาวบริสุทธิ์ หลับตา สงบนิ่ง กำลังยกพานพระพุทธรูปขึ้น แค่นั้นน้ำตามันก็เอ่อออกมา ได้คิดไปว่าเราเจอแค่นี้มันเล็กน้อยมาก แต่ท่านอาจารย์ในฐานะแม่ทัพจะเจอแรงต้านขนาดไหน แต่ท่านอาจารย์ยังดูสงบ นิ่ง สติเลยกลับมาว่าจงทำหน้าที่ต่อไป ให้ดีที่สุด เรามายืนตรงนี้เพื่อเผยแพร่จุดประสงค์ขององค์กร ถ้าจะมีคนส่วนเล็กน้อยไม่เห็นด้วย และไม่ให้โอกาสเราพูด อธิบาย เราก็ต้องปล่อยเขาไป เรามาทำกิจนี้เพื่อปกป้องตอบแทนองค์พระศาสนาและท่านอาจารย์ของเรา เพียงแค่นั้นดิฉันก็ยิ้มและเดินไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป
===========================

คุณสิริพงษ์ อัมพะวะสิริ
เป็นอีกครั้งที่ได้มาร่วมแจกโบรชัวร์กับองค์กรณ์ Knowing Buddha ที่ซิดนีย์ ผู้เข้ามาเยี่ยมชมส่วนใหญ่ขอบคุณองค์กรณ์ที่ทำหน้าที่ปกป้องพุทธศาสนา ที่น่าประทับใจคือกลุ่มเด็กอายุราว 15 ปี เข้ามาซักถามข้อปฏิบัติ และขอคำแนะนำเพื่อนำไปบอกกล่าวต่อเพื่อนๆ ต่างชาติในการปฏิบัติต่อพุทธสัญลักษณ์ รวมถึงได้ชักชวนเพื่อนให้มารับฟังด้วย แสดงถึงจิตสำนึกอันดีงามในฐานะพุทธศาสนิกชน หวังว่าการได้มาเยี่ยมชมนิทรรศการของทุกท่านจะเกิดประโยชน์ คือเจริญด้วยศรัทธา ด้วยความเข้าใจอันเป็นไปเพื่อน้อมประพฤติปฏิบัติอย่างถูกต้องต่อไป และขออนุโมทนาในกุศลศรัทธาของทั้งผู้มาเยี่ยมชมและทีมงานจิตอาสาทุกท่านด้วยค่ะ
..

ข้าพเจ้าขอน้อมกราบพระบรมศาสดา คุณพระศรีรัตนตรัย ท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล พระเจ้าตากสินมหาราช สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังสี และองค์พ่อแม่ครูอาจารย์ ด้วยความเคารพนอบน้อมเป็นที่สุดยิ่ง

ขอขอบคุณทีมงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง รวมถึงทุกท่านทางเมืองไทยที่ได้คอยช่วยเหลืออำนวยความสะดวก ทั้งแรงกาย แรงใจ และมอบปัจจัยในการดำเนินงานครั้งนี้ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ

ศศิธร อนันตรังสรรค์
29 มีนาคม 2560

รายชื่อทีมงานจิตกตัญญู :
คุณศศิธร อนันตรังสรรค์
คุณมนกานต์ บุญสนอง
คุณนภัสกรณ์ กาแวน
คุณสิริพงษ์ อัมพะวะสิริ
คุณ Bradley Williams
คุณขจร อาทรศรี
คุณสุกัลยา เชื้อแดง

รายชื่อผู้ให้ความช่วยเหลืออำนวยความสะดวกและร่วมสมทบปัจจัย :
คุณอาภาณี วงศ์สกล
คุณ James-Orawan Seachfield
คุณอิศเรศ จินตสูต
คุณรัสรินทร์ ทิพย์กมลมาน
คุณจุไรรัตน์ จังหวัด
คุณอภิชา ชูศรี
คุณบทวดี ณ เชียงใหม่
คุณอมรรัตน์ บุญช่วย
คุณวันชัย วงศ์แสงอนันต์
คุณวันชัย-มัณฑนา ธรรมวานิช
คุณพิมพ์ชนก ฐานิตสรณ์
คุณนภัสกรณ์ โอวีระวงศ์

 

Please reload