For more information or support. Please contact us at info@knowingbuddha.org

To help us speak out and protect Buddha and Buddhism please visit 5000s.org

© 2012-2019 Knowing Buddha Organization

Dhamma Talk at Bangkok University

October 3, 2018

Dhamma Talk at Bangkok University
(โปรดอ่านภาษาไทยด้านล่าง)


Knowing Buddha Organization has the opportunity to give Dhamma talk to second-year to fourth-year students at Bangkok University, one of the popular university in Thailand.

After the introduction of the organization and its objective, the talk begins with the clear explanation of the Five Precepts which are the basis of our life and the benefits of holding the precepts. The second part is about ten meritorious actions which will lead our life prosperous and successful. After that, the team presents the Spiritual life and mind training VDO as well as the activities of the organization. The students also have a chance to learn and try meditation practice for a while.

For the last session, the team displays many disrespectful acts towards Buddha symbols and images which have happened around the world these days. Students also listen to the real case from one of the KBO team and her attempt to inform the right understanding and successfully stop this act. 

One of the feedback from the students is,

“I’ve never realized about the Five Precepts and the merit making or even the consequences from bad deeds. But after I listened to this talk, I already know that these are important things for our life. They made us live a quality life and behave in the right way as a Buddhist should do.”


Knowing Buddha Organization
3 October 2018

 

---

 

การบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งธรรมแก่เยาวชนของชาติ

องค์กรโนอิ้ง บุดด้า ได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต ให้จัดธรรมบรรยายเพื่ออบรมศีลธรรม จริยธรรม และฝึกสมาธิให้กับนักศึกษา ในหัวข้อ “ชีวิตรุ่งเรืองด้วยศีล สำเร็จด้วยสมาธิและปัญญา” ซึ่งการบรรยายในครั้งนี้ได้รับการประสานงานจาก อาจารย์ปารดา เพชรมณี ศิษย์เตโชวิปัสสนา ปัจจุบันสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ คุณปารดามีจิตน้อมกตัญญูเห็นเป็นโอกาสได้ตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณของพระบรมศาสดาและพระคุณของพ่อแม่ครูอาจารย์ จึงได้เชิญให้หน่วย CSR เข้ามาบรรยายให้กับนักศึกษาชั้นปี 2 ถึงชั้นปี 4 จากหลายคณะที่เรียนวิชา “เอเชียยุคใหม่” ประมาณ 200 คน ได้รับฟัง 

คุณลัคพงศ์ เพิ่มพูน Stage Manager กล่าวเปิดงาน แนะนำองค์กรฯ และวัตถุประสงค์ แนะนำทีมงานจิตอาสา ประวัติท่านประธานองค์กรฯ ผลงานที่ผ่านมาของท่าน และการได้รับรางวัลเสาอโศกผู้นำศีลธรรม ในฐานะผู้ที่ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง และนำเข้าสู่การบรรยายว่า ในวันนี้เราจะมาหยุดบัญชีบาป และจะมาเพิ่มบัญชีบุญได้อย่างไร 

วิทยากรท่านที่ 1 คุณนฤต วชิรอมรเลิศ ได้เริ่มการบรรยายว่า สิ่งที่จะมาบรรยายในวันนี้ เป็นสิ่งที่เรารู้กันอยู่แล้ว อยู่ใกล้ตัว และเราหายใจร่วมไปกับมันในทุกวัน เพียงแค่วันนี้เราจะรู้ให้มันชัดเจนขึ้น นั่นคือ ศีล 5 ซึ่งไม่มีใครที่ไม่รู้จัก เพราะทุกคนนั้นรู้จักผิดชอบชั่วดี เรามีบัญชีบุญซึ่งเปรียบเสมือนเป็นทรัพย์สิน และบัญชีบาปเปรียบดั่งเป็นหนี้สินในทางบัญชี หากเราผิดศีลนั่นก็คือเราเป็นหนี้ซึ่งจะต้องชดใช้ คุณนฤตได้ให้ความกระจ่างในศีลแต่ละข้อและยกตัวอย่างให้พิจารณา เช่น ศีลข้อ 1 การฆ่าสัตว์โดยคิดว่าเป็นเกม มีความผิดมาก น้ำหนักของเจตนาถือว่ามีน้ำหนักมาก เพราะชีวิตใครใครก็รัก ในศีลข้อ 2 ซึ่งยุคสมัยนี้ผิดได้ง่ายมาก คือการขโมยความคิด เช่น การทำรายงาน แค่ก๊อบปี้แปะลงไป แล้วเปลี่ยนชื่อซึ่งเป็นการกระทำที่ง่ายมาก แต่ก็ผิด ในศีลข้อ 4 การกระทำผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย การแชร์ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง มีผลร้ายต่อผู้อื่นทำให้ตกเป็นจำเลยของสังคม ศีลข้อ 5 การเสพสิ่งเสพติดมึนเมา อันจะทำให้สามารถล่วงศีลได้ทุกข้อ ในศีลข้อ 3 ได้ฉายวีดิทัศน์ “ที่ไปของชายเจ้าชู้” และคุณโบวี่ อัฐมา ชีวนิชพันธ์ นักแสดงนำ ที่วันนี้ได้เสียสละเวลาส่วนตัวมาร่วมเป็นหนึ่งในจิตอาสาให้กับองค์กรฯ ได้แสดงความรู้สึกและให้ข้อคิดว่า “รู้สึกดีที่ได้มาเป็นนักแสดงนำ มาเป็นกระบอกเสียงหนึ่งของการเข้าใจผิดในสังคมมาอย่างยาวนานตั้งแต่โบราณ เป็นประเด็นที่ปวดร้าวในสังคมไทยมาอย่างช้านาน ที่ผู้ชายสามารถมีภรรยาได้หลายคน และมองเป็นเรื่องปกติที่จะมีได้ มีแล้วเท่ นั่นคือความเข้าใจผิดที่จะนำคุณไปสู่นรกได้ ให้สังเกต บางคนมีเสน่ห์มาก แต่ทำไมเมื่อมีคนเข้ามาจึงต้องเจ็บไปทุกครั้ง นั่นเพราะเราได้รับผลกรรมจากที่เราเคยกระทำผิดศีลข้อนี้มาก่อน” คุณโบวี่ยังได้บอกเล่าเหตุที่ได้เข้ามาปฏิบัติธรรม นั่นเพราะการที่ได้เข้าไปอยู่ในสังคมที่สุดขีด ต้องปาร์ตี้ ต้องใช้แบรนด์เนม ต้องสวยกว่า ต้องรวยกว่า พอไปถึงจุดจุดหนึ่งที่คิดว่ามาถึงแล้ว แต่ใจข้างในมันไม่ได้มีความสุข เกิดการบีบคั้น จากการที่เราไปวิ่งหาสิ่งข้างนอก จึงเกิดคำถามว่า แล้วความสุขที่แท้จริงนั้นคืออะไร จึงได้ก้าวเข้ามาปฏิบัติธรรม และได้ค้นพบความสุขที่แท้จริงคือความสงบระงับจากภายใน

วิทยากรท่านที่ 2 คุณมนกานต์ บุญสนอง ได้แนะนำตนเองในฐานะรุ่นพี่ ที่ได้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และวันนี้ดีใจที่จะได้มาบอกเล่าเทคนิคที่จะทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จ อันนอกเหนือจากวิชาความรู้ที่ร่ำเรียนและประสบการณ์ ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่จะเกื้อหนุนชีวิต นั่นคือ บุญกิริยาวัตถุ 10 อันได้แก่ ทาน (ทานมัย) เป็นบุญที่ทำได้ง่ายมาก เพียงสละทรัพย์เพื่อลดความตระหนี่ถี่เหนียว และทานที่ทำได้ยากแต่ได้อานิสงส์สูง นั้นคือ อภัยทาน การรักษาศีล (สีลมัย) เป็นฐานสำคัญที่ทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จ เมื่อถึงข้อการภาวนา (ภาวนามัย) ได้เปิดวีดิทัศน์ให้ความรู้เกี่ยวกับจิตวิญญาณ และสอนการปฏิบัติสมาธิอานาปานสติ ซึ่งการภาวนาเป็นบุญที่มีอานิสงส์สูงมาก ทั้งการทำสมาธิวันละ 10-15 นาที ก็สามารถทำให้การเรียนดีขึ้นได้อีกด้วย รวมถึงการไหว้เพื่อแสดงความอ่อนน้อมถ่อมตน (อปจายนมัย) การทำงานอาสา (เวยยาวัจจมัย) วิทยากรยังได้แนะนำถึงการแบ่งบุญ (ปัตติทานมัย) การอนุโมทนาบุญ (ปัตตานุโมทนามัย) และบุญอีกข้อที่น้องนักศึกษาได้ทำในวันนี้ คือการฟังธรรม (ธัมมัสสวนมัย) เมื่อเราฟังธรรมจนมีความเข้าใจแล้วนำไปบอกต่อกับผู้อื่น ก็ได้บุญในข้อ การแสดงธรรม (ธัมมเทสนามัย) สุดท้าย การมีความเห็นที่ถูกตรง (ทิฏฐุชุกัมม์) เช่น การเชื่อว่าบุญมีจริง บาปมีจริง

จากนั้นได้เชิญคุณโบวี่ อัฐมา แชร์ประสบการณ์ที่ได้ร่วมรณรงค์กับองค์กรโนอิ้ง บุดด้า ในการปกป้องพระสัญลักษณ์ พระรูป และพระนาม โดยให้ศึกษาจากเคสลบหลู่ที่เกิดขึ้นจริงตามภาพที่ฉายขึ้นจอโปรเจกเตอร์ ที่รวบรวมการกระทำลบหลู่ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งนักศึกษาให้ความสนใจเป็นอย่างมาก คุณโบวี่ อัฐมา ได้อธิบายถึงเคสหนึ่งที่เธอได้ไปพบ ขณะที่กำลังหาบ้านพักที่ญี่ปุ่นผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งมีรูปภาพห้องพักที่นำเอาพระเศียรของพระพุทธรูปมาเป็นของตกแต่ง จึงตัดสินใจจองบ้านพัก เพื่อที่จะได้มีโอกาสพูดคุยอธิบายกับเจ้าของบ้านถึงการกระทำอันไม่เหมาะสมนี้ และได้ปรึกษาทีมงานองค์กรโนอิ้ง บุดด้า_ผ่านทางเฟซบุ๊กว่า ควรอธิบายให้ความรู้กับเขาอย่างไร และในที่สุดก็ประสบความสำเร็จ โดยเจ้าของบ้านพักได้แสดงความเสียใจและกล่าวขอโทษ ทั้งจะนำพระเศียรของพระพุทธรูปออกจากการตกแต่ง และลบรูปภาพที่ไม่เหมาะสมออกด้วย เป็นความโชคดีของเหล่าน้องนักศึกษา ที่ได้รับฟังเคสที่เกิดขึ้นจริง และความพยายามที่จะแก้ไขของคุณโบวี่ อัฐมา ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีงามให้น้อง ๆ ได้ถือเป็นแนวทางปฏิบัติ เมื่อได้พบเหตุการณ์เช่นนี้ด้วยตนเอง หรือสามารถแจ้งเคสลบหลู่ที่พบเห็นมาได้ที่องค์กรโนอิ้ง บุดด้า และร่วมสนับสนุนการรณรงค์ได้ที่ www.5000s.org 

ความคิดเห็นของนักศึกษาที่ได้มาร่วมรับฟัง


ได้อะไรจากการฟังธรรมบรรยายวันนี้บ้าง ? 
“ได้รับความรู้เกี่ยวกับศีล 5 ข้อ อย่างละเอียด การนั่งสมาธิ การทำบุญ การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ ช่วยกันหยุดยั้งการลบหลู่พระพุทธเจ้า และประสบการณ์ตรงจากวิทยากรผู้ปฏิบัติตามศีลทั้ง 5 ข้อ ว่าปฏิบัติตนอย่างไรบ้าง”

 

“จริง ๆ รู้เรื่องศีล 5 กันอยู่แล้วว่าคืออะไร แต่ว่าการฟังครั้งนี้วิธีการพูดของวิทยากรทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เกิดความเข้าใจมากขึ้น และได้รู้ว่าการเห็นพระพุทธรูปเป็นเพียงเครื่องประดับตกแต่งมีอยู่จริง และมีอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ เราควรปกป้อง ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาของเรา”

“ได้รู้ซึ้งเกี่ยวกับศาสนาพุทธอย่างชัดเจนว่า ศาสนา ศีลธรรม มักจะสอนให้เราเป็นคนดีเสมอ สอนให้เรารู้จักผิดชอบชั่วดี เเละสอนให้มนุษย์ทุกคนได้รู้จักการให้อภัยซึ่งกันเเละกัน สอนให้รู้ว่าความสุขนั้นไม่ได้ได้มาด้วยกิเลส เเต่ความสุขที่เเท้จริงคือการมีจิตใจสงบ รู้จักการยับยั้งกิเลสก็จะเกิดความสุขที่เเท้จริง”

 

“ได้ข้อคิดใหม่ ๆ คนหลายคนทำงานและทำทุกอย่างเพื่อหาเงิน เอาไปซื้อของที่ตัวเองอยากได้ สิ่งที่ตัวเองอยากมี แต่พอถึงจุดที่มีทุกอย่างพร้อม ถึงรู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ทำให้มีความสุขได้ ความสุขอยู่ที่การรู้จักพอ พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่และมีความสุขกับมัน”

“ปัจจุบันนี้มีผู้คนนำเอาพระพุทธรูป หรือพระสัญลักษณ์ไปใช้ในทางที่ผิดและไม่เหมาะสม ดังนั้นเมื่อพวกเราได้มาฟังสิ่งที่องค์กรโนอิ้ง บุดด้าพูด พวกเราก็ยิ่งรู้สึกว่า การให้ความสำคัญในพระพุทธศาสนาเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เมื่อเราพบเห็นอะไรที่ไม่เหมาะสม พวกเราควรที่จะช่วยกันปกป้องพระพุทธศาสนาเอาไว้ ไม่ให้ถูกลดทอนคุณค่าลงไปนั่นเอง”

 

ความรู้สึกก่อนและหลังจากฟังธรรมบรรยาย ? 


“ก่อนที่จะได้ฟัง รู้สึกว่าตนเองไม่ค่อยตระหนักถึงเรื่องศีล 5 ข้อ และเรื่องการทำบุญทำบาปนัก แต่เมื่อได้ฟังแล้วจึงทราบว่า สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญกับการใช้ชีวิต ทำให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ และเลือกปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องสมกับเป็นชาวพุทธ”

 

“ตอนแรกคิดว่าจะน่าเบื่อมาก ศีลธรรมเราก็รู้จักอยู่แล้ว ต้องฟังอะไรอีกเหรอ แต่จริง ๆ แล้ว เราไม่ได้เข้าใจจริง ๆ พอฟังก็นึกได้ว่า ก็จริงนะ แค่รักษาศีล 5 ก็ลดปัญหาต่าง ๆ ได้ ทำไมคนไม่ทำกัน ทำไมมองข้ามกันไป ก็มีความรู้สึกว่าขนาดคนที่โด่งดัง มีทุกอย่างในชีวิตยังไม่มีความสุขเลย เพียงแค่เรารักษาศีลก็เกิดความสงบสุขในชีวิตได้ค่ะ”

 

“รู้สึกว่า เรื่องธรรมะเป็นเรื่องที่ไกลตัวและไม่น่าสนใจ หลังฟังการบรรยาย ธรรมะก็ไม่ไกลตัวอย่างที่คิด และสามารถนำมาปรับใช้กับการดำเนินชีวิตได้”

“ก่อนที่จะได้มาฟังการบรรยายจากวิทยากร เคยคิดว่าการรักษาศีลเป็นเรื่องที่ไกลตัว แต่ในความเป็นจริง การรักษาศีลเป็นเรื่องที่ใกล้ตัว และทำได้ง่ายมากในชีวิตประจำวัน และการรักษาศีลยังช่วยให้จิตใจสดชื่นแจ่มใส ตื่นรู้อีกด้วย”

 

“ก่อนฟัง รู้สึกว่าต้องน่าเบื่อแน่ ๆ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับศาสนา พระพุทธเจ้า และดูไม่ค่อยน่าฟัง คิดว่าคงมาพูดเกี่ยวกับธรรมะ แต่หลังจากที่ฟังพิธีกรบรรยายแล้วรู้สึกว่า มันไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด มีสาระความรู้มาก นั่งฟังแล้วไม่ง่วง หลังบรรยายจบก็ทำให้ความคิดเปลี่ยนไปเลย ทำให้หันมาใส่ใจพระพุทธศาสนามากขึ้น จากตอนก่อนฟังก็ยังรู้สึกว่าเฉย ๆ กับเรื่องพวกนี้อยู่”

 

“หลังได้ฟังบรรยาย ศาสนาพุทธนอกจากจะสอนให้เรารู้จักผิดชอบชั่วดีเเล้ว ยังสอนให้คนเราใช้ชีวิตอย่างมีสติในเเต่ละวัน ทำอะไรให้อยู่ในศีลธรรม เพื่อชีวิตมีความสุขที่เเท้จริง”

 

“บุคลิกภาพของผู้นำเสนอดูน่าเชื่อถือเเละมีความเป็นผู้นำ ในด้านการเผยเเพร่วิสัยทัศน์การปฏิบัติให้อยู่ในกรอบ มีการพูดจาได้ตรงไปตรงมา เเละมีความชัดเจนในการกล่าวทุกประเด็น เครื่องเเต่งกายเหมาะสมเเก่การให้ความรู้เกี่ยวกับเนื้อหาของวันนี้ด้วยครับ”

“พวกพี่ ๆ บุคลิกดีมาก จนหนูอยากจะทำแบบนี้ได้บ้าง อยากไปเรียนบุคลิกตามเลยค่ะ บวกกับอยากเป็นแอร์โฮสเตสอยู่แล้วด้วย ชอบมาก รู้สึกบุคลิกดี น่าเชื่อถือมากค่ะ”

 

“วิทยากรพูดได้น่าสนใจมากเกี่ยวกับศีล 5 เป็นกันเอง ไม่กดดัน มีของรางวัลมาแจกมากมาย ทำให้เวลาฟังบรรยายดูไม่น่าเบื่อ และยกเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับศีล 5 ทำให้เราเข้าใจมากขึ้น เช่น เรื่องเต่าของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ ทำให้เข้าใจเรื่องบัญชีบุญ บัญชีบาป และคุณโบวี่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการไม่ยึดติดสิ่งของได้สนุกเป็นกันเองมาก ไม่น่าเบื่อ”

 

“อยากให้มีการให้ความรู้แบบนี้ไปหลาย ๆ ที่ เพื่อให้คนอื่น ๆ ที่อาจยังไม่ได้รับความรู้เช่นนี้มาก่อนอย่างเช่นข้าพเจ้า ได้ทราบและนำไปปฏิบัติ เพื่อให้หลาย ๆ คนได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพต่อไป และอยากให้มีการแชร์ประสบการณ์ในชีวิตเพิ่มเติมเข้าไปอีก”

 

สรุปการบรรยายโดย : คุณปารดา เพชรมณี คุณทิวาพร กายเย็น และคุณลัคพงศ์ เพิ่มพูน

 

 

Please reload