For more information or support. Please contact us at info@knowingbuddha.org

To help us speak out and protect Buddha and Buddhism please visit 5000s.org

© 2012-2019 Knowing Buddha Organization

Dhamma talk at Chulalongkorn University Demonstration Secondary School

October 17, 2018

Dhamma talk at Chulalongkorn University Demonstration Secondary School

(โปรดอ่านภาษาไทยด้านล่าง)

 

Knowing Buddha Organization receives an honor and great opportunity to provide Dhamma talk at Chulalongkorn University Demonstration Secondary School on an occasion of the school’s 60th anniversary. Many teachers, school officers and students have attended the talk in the topic “Precepts, meditation and wisdom: Keys to a prosperous and successful life.”

The first session is about bad outcomes of breaking the Five Precepts (refraining from killing or harming living things, stealing, sexual misconduct, lying or gossip and taking intoxicating substances.) The consequence of killing will cause sickness and pain. Moreover, copying friend’s homework or test are considered breaking the second precept because it means stealing others’ idea and opportunity. The bad reaction or Karma from doing so will make a person loses a chance in something as well. For the third percept, sexual misconduct, attendants have watched a video about an adulterer and the consequence he has to face with. The fourth precept is the one that a person can break easily and quickly especially posting comments on social media or sharing fake news. For the last one, drinking alcohol can affect mindfulness and consciousness as well as an intellectual ability.

As holding precepts is a way to stop bad Karma, the second session is an explanation about the Ten Meritorious Acts which is a way to cultivate good deeds, such as offering alms without expecting a result in return, respecting others, doing volunteer works and paying gratitude towards parents, teachers, and the country. Students and teachers also have a chance to practice basic meditation for a short period before watching a video about disrespecting Buddha images and symbols that has happened over the world these days. The organization also presents about our works to stop these wrong and misunderstanding acts as well as successful cases that the owner had stopped doing the act after receiving an explanation and request from our organization.

Seeds of goodness and morality are already planted and waiting the time to grow for the sake of themselves, society and also the country.

 

Knowing Buddha Organization
17 October 2018

 

---

 

ทีมงาน CSR ได้รับเกียรติและได้รับโอกาสอันดียิ่งในการจัดบรรยายธรรมที่โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม เนื่องในโอกาสงานครบรอบ 60 ปีของโรงเรียน โดยมีนักเรียนชั้นมัธยม อาจารย์และเจ้าหน้าที่กลุ่มสาระร่วมเข้าฟังบรรยาย คุณลัคพงศ์ เพิ่มพูน ตัวแทนขององค์กรโนอิ้ง บุดด้าได้กล่าวขอบคุณ ผศ.นววรรณ วุฒฑะกุล และเหล่าคณาจารย์กลุ่มสังคมศึกษา และกล่าวแนะนำองค์กร เป้าหมายและประวัติประธานองค์กร ท่านอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล และแนะนำทีมงานจิตอาสา พร้อมกล่าวถึงโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ว่ามีวิสัยทัศน์ที่ให้นักเรียนเป็นผู้ที่มีความรู้คู่คุณธรรมซึ่งสอดคล้องกับหัวข้อในการบรรยายวันนี้ก็คือ "ชีวิตรุ่งเรืองด้วยศีล สำเร็จได้ด้วยสมาธิและปัญญา"

 

วิทยากรท่านแรก ดร.กนกรส ผลากรกุล กล่าวทักทายด้วยความเป็นกันเอง และตั้งคำถามแรกแก่น้องๆ ถึงเรื่องของแฟชั่นแว่นตาว่าปัจจุบันนี้เป็นอย่างไรบ้าง เด็กผู้ชายใส่แว่นสี่เหลี่ยม ผู้หญิงใส่แว่นกลม ดูน่ารัก โดยถึงแม้ว่าเราจะใส่แว่นตาเพราะแฟชั่นเหมือนกัน แต่เราแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน อะไรที่ทำให้คนเราแตกต่างกัน วิทยากรยกเรื่องเล่าจากนิทานเซนมาเล่าให้น้องๆ ฟัง เพราะนอกเหนือจากความเก่งด้านวิชาการแล้ว เราต้องรู้จักพิจารณาตัวเอง นิทานเซนเรื่องนี้เกี่ยวกับอำมาตย์ผู้หนึงมีหน้าที่การงานดี ได้เดินทางไปกราบอาจารย์ เมื่อไปถึงเห็นท่านนั่งทำสมาธิอยู่บนกิ่งไม้ อำมาตย์ก็กล่าวว่าท่านอาจารย์ใช้ชีวิตอยูบนความเสี่ยง นั่งบนกิ่งไม้อาจพลัดตกลงมาได้ อาจารย์ได้ตอบว่า ชีวิตท่านอำมาตย์นั่นแหละมีความเสี่ยง เพราะแวดล้อมไปด้วยผู้คนที่ต้องการอำนาจ แก่งแย่งชิงดีชิงเด่น มีความอิจฉาริษยา วิทยากรกล่าวว่าน้องๆ ซึ่งเป็นคนเก่ง ก็ยังมีโอกาสที่จะมีความเสี่ยงแบบนี้เช่นกัน แต่สามารถป้องกันความเสี่ยงในชีวิตได้โดย การละเว้นทำความชั่วคือการรักษาศีลและทำความดีให้ถึงพร้อม โดยอธิบายถึงผลของการผิดศีล สำหรับศีลข้อ 1 การไม่ฆ่าสัตว์ วิบากกรรมของการฆ่าสัตว์ คือความไม่สบายกายต่างๆ ความเจ็บป่วยอยู่เนืองๆ ศีลข้อ 2 การไม่ลักทรัพย์ การลอกการบ้านเพื่อนคือการลักทรัพย์อย่างหนึ่ง หรือ การลอกข้อสอบคือการขโมยความคิด ขโมยเอาโอกาส แม้สติปัญญาจะเป็นเลิศแต่เมื่อเวลาไปทำงานจะทำให้เราเสียโอกาสดีๆ ไป นี่คือ กรรม หรือ reaction ที่ได้จากการไม่รักษาศีลข้อนี้ ข่าวหมอฟันหนีทุน ที่ทำครูอาจารย์ และเพื่อน เดือดร้อน สุดท้ายต้องโดนให้ออกจากงาน ชีวิตจบลงโดยไม่ต้องรอชาติหน้า ศีลข้อ 3 ห้ามมีชู้ หรือมีกิ๊กก็ไม่ได้ และต้องไม่ทำ เพราะจะเกิดความทุกข์ใจ จากนั้นก็นำเข้าสู่การชมวีดีทัศน์เรื่องชู้ บรรยายให้เห็นถึงกรรมของการผิดศีลข้อ 3 ส่วนศีลข้อ 4 การไม่พูดโกหก พูดหยาบคาย พูดเหลวไหลเพ้อเจ้อ ศีลข้อนี้เป็นข้อที่ทำผิดได้เร็วที่สุด สามารถทำผิดได้ออนไลน์ และได้เตือนน้องๆ ให้ระมัดระวังในการคอมเมนต์ หรือเล่าเรื่องไม่จริงแล้วส่งต่อๆ กันไป ซึ่งจะทำให้คนอื่นเดือดร้อนได้เร็วมาก คนที่มีกำลังจิตเท่านั้นถึงจะควบคุมตนเองในการไม่พูดปดได้ ศีลข้อ 5 ห้ามดื่มของมึนเมาและ ยาเสพติด ศีลข้อนี้จะกระทบกับสติปัญญา วิทยากรกล่าวว่าการที่น้องๆ ได้มาอยู่สาธิตจุฬาฯ แสดงว่ารักษาศีลข้อนี้มาดีมาก ถึงได้สติปัญญาเช่นนี้ในชาติปัจจุบัน ขอให้รักษาความดีต่อไป และได้สรุปว่า ศีลคือเครื่องมือที่สามารถนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตเพื่อให้ชีวิตเป็นปกติ ชีวิตปกติคือชีวิตที่รักษาศีล และขอให้น้องๆ สังเกตชีวิตว่าเมื่อใดก็ตามเกิดเหตุไม่ปกติขึ้นในชีวิตของเราหรือคนรอบข้าง ความไม่ปกตินั้น เกิดจากเหตุที่รักษาศีลไม่บริสุทธิ์

 

วิทยากรท่านที่ 2 ทพญ.เบญจม์ภัทร์ วงศ์ไพบูลย์ ได้กล่าวแนะนำตัวและเล่าประวัติที่น่าสนใจช่วงนี้โดยให้น้องๆ ดูแผลที่แขนตลอดแขนขวาเป็นแผล เพราะโดนไฟไหม้จากสมัยเรียนปี 5 ในห้องปฏิบัติการเกิดอุบัติเหตุไฟได้ลามขึ้นมาจนถึงเสื้อ หูและ ผม เป็นผลมาจากในวัยเด็กเห็นมดกำลังไต่กำแพง จึงเอาไฟไปจุดเผามดตั้งแต่ตัวล่างยาวไปถึงข้างบน คืนที่นอนรพ.ได้มีความคิดระลึกและรู้สึกผิด จึงได้ตั้งจิตขอโทษมดเหล่านั้น ทำให้เห็นว่าผลกรรมมีจริง และ ศีล จะเป็นเครื่องมือที่ทำให้น้องมีความปกติ หากเราไม่เบียดเบียนใคร ก็เท่ากับเป็นการปิดบัญชีบาป และสิ่งที่จะทำให้น้องเพิ่มบัญชีบุญ คือต่อไปนี้ ทาน คือการให้โดยไม่หวังผลตอบแทน ให้โดยจิตที่สละคืน และได้ยกเรื่องเล่าในสมัยพุทธกาลถึงชายคนนึงทุกข์เข็ญใจมาก และยากจนที่สุดในเมือง เมื่อได้พบกับพระปัจเจกพระพุทธเจ้า ก็เกิดความเลื่อมใสในวัตรปฏิบัติ ทำให้ฉุกคิดได้ว่าที่เค้ายากจนเพราะว่าชาติก่อนไม่เคยได้ทำทานด้วยศรัทธาอย่างแท้จริงมาก่อน จึงตัดสินใจนำข้าวที่ห่อมาถวายแด่พระปัจเจกพุทธเจ้า โดยในขณะจิตที่ถวายได้อธิษฐานว่า ด้วยอานิสงส์แห่งทานนี้ ขอคำว่าไม่มีจงอย่าเกิดขึ้นแก่ข้าพเจ้าเลย ด้วยอานิสงส์แห่งทานนี้ทำให้ชาติต่อไปเค้าได้เกิดเป็นเจ้าชายอนุรุทธะ วิทยากรได้อธิบายเพิ่มเติมว่าต่อไปนี้หากน้องๆ ไปทำบุญ อย่าทำไปตามประเพณี ให้เรามีจิตที่คิดจะสละคืนอย่างแท้จริงให้แก่ผู้อื่น และหากไม่มีเนื้อนาบุญเช่นพระปัจเจกพุทธเจ้าอย่างในเรื่องเล่า คุณพ่อคุณแม่ของน้องๆ ก็คือพระอรหันต์ของลูกๆ ความกตัญญูเป็นคุณสมบัติของคนดี อย่าลืมนึกถึงท่าน ส่วนทานอีกชนิดนึงที่ไม่ต้องให้เงินและมีอานิสงส์สูง ก็คือ อภัยทาน การให้อภัยจะเป็นการยกจิตใจของผู้ให้อภัย ให้สูงขึ้น ลดความยึดมั่นถือมั่นในต้วเอง บุญข้อต่อไปคือศีล โดยการทำทานร้อยวัน ยังไม่เท่าถือศีลเพียงวันเดียว เพราะศีลคือความไม่เบียดเบียน จึงได้อานิสงส์งกว่า และได้เปิดวิดีทัศน์ให้น้องๆ ได้ฝึกสมาธิหรือการภาวนาอันเป็นบุญสูงสุดในพุทธศาสนา เมื่อฝึกบ่อยๆ วันละ 15-30 นาที สมองจะปลอดโปร่ง จิตจะแจ่มใสขึ้น การเคารพบุคคลที่พึงเคารพ ได้แก่ คนที่สูงกว่าเราในชาติวุฒิ คุณวุฒิ และวัยวุฒิ เช่น พ่อแม่ คุณครู เวลาเรากราบท่านให้เรานึกถึงพระคุณของท่าน เพียงเท่านี้ก็เป็นบุญแล้ว การมีความกตัญญูต่อพระบรมศาสดา ต่อพ่อแม่ครูบาอาจารย์ และแม้แต่แผ่นดิน การที่น้องๆ ทุกคนมีบัตรประชาชน มีแผ่นดินอยู่ เราต้องกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่แลกมาด้วยเลือดเนื้อ การช่วยงานสาธารณะ เช่น การช่วยงานโรงเรียน เป็นต้น การแบ่งบุญและการอุทิศบุญ คือการที่เราไปทำบุญที่ไหนก็ตาม เราเปิดโอกาสให้ผู้อื่นมีส่วนในบุญของเราด้วย การอุทิศบุญจะใช้ในกรณีทำสังฆทานหรือใส่บาตร แต่ถ้าเป็นบุญใหญ่ เช่น การปฏิบัติวิปัสสนาเราจะใช้คำว่า การแบ่งบุญ การอนุโมทนาบุญ เช่น เวลามีคนไปทำบุญมา เรายินดีด้วยเราก็พูดว่า ขออนุโมทนาสาธุ เราก็จะได้บุญเพราะเป็นการลดความอิจฉา ความยึดมั่นถือมั่น การแสดงธรรมหรือการฟังธรรม การฟังธรรมที่เป็นบุญเพราะเป็น การเปิดปัญญา น้องๆ อาจจะสงสัยว่าแล้วเราจะไปแสดงธรรมให้ใครฟัง แต่หากเวลาที่เพื่อนมีเรื่องทุกข์ใจ เราปลอบประโลมเค้าก็ถือว่าเป็นการแสดงธรรม การทำความเห็นให้ถูกตรง วิทยากรได้เปิดวิดีทัศน์และกล่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกนี้ โดยบุคคลที่ขาดปัญญาถึงได้ทำสิ่งเหล่านี้ได้ นิทรรศการหลุยส์วิตตองนำพระเศียรพระพุทธรูปไปวางที่พื้น กรณีสติกเกอร์รูปพระพุทธองค์ บุดด้าบาร์ ซึ่งทางองค์กรได้มีหนังสือแจ้งไปและได้ยกเลิกไปแล้ว น้องๆ ให้ความสนใจ ถึงสิ่งที่องค์กรได้ทำการรณรงค์ ชี้แจงแก้ไขสำเร็จ และได้ให้น้องๆ แจ้งเข้ามาทางเว็บไซต์ www.5000s.org หากเห็นเหตุการณ์ลบหลู่เช่นนี้

 

ในการบรรยายธรรมในครั้งนี้ ทีมงาน CSR มีความปลื้มปิติเป็นอย่างยิ่งที่ ผศ.นววรรณ วุฒฑะกุล และอาจารย์กลุ่มสาระ ได้ร่วมนั่งฟังการบรรยายตลอดตั้งแต่ต้นจนจบด้วยความสนใจ ก่อนจบการบรรยายตัวแทนนักเรียน ได้กล่าวขอบคุณองค์กรโนอิ้งบุดด้า และวิทยากร สำหรับความรู้และข้อคิดที่จะนำได้ไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้ สุดท้าย ผศ.นววรรณ นวกุล ได้กล่าวว่า เหตุที่มีกิจกรรมนี้เกิดขึ้นก็เพราะ คุณธรรมข้อหนึ่ง คือ ความเมตตา ทีมงานที่มาในวันนี้ ทุกท่านมีภารกิจ แต่ทุกคนมีความเมตตา และเชื่อมั่นว่าการบรรยายในวันนี้คือการหว่านเมล็ดพันธุ์ที่ดีลงไปในนาที่มีคุณภาพ เพื่ออีกหน่อยเมื่อนักเรียนเติบโตขึ้น จะได้เป็นเนื้อนาบุญอันประเสริฐสำหรับตนเอง สำหรับสังคม และที่สำคัญที่สุด คือ สำหรับประเทศชาติ และพระพุทธศาสนาต่อไป

..

สรุปการบรรยายโดย : ธัญญนันทน์ ธนะดิษยพัฒน์

 

Please reload