“𝗧𝗵𝗲 𝗣𝗼𝘄𝗲𝗿 𝗼𝗳 𝗣𝗼𝘀𝗶𝘁𝗶𝘃𝗲 𝗧𝗵𝗶𝗻𝗸𝗶𝗻𝗴”

Updated: Aug 19


“พลังของการคิดบวก”

(โปรดอ่านภาษาไทยด้านล่าง)


There was a gloomy person who came to ask about his inability to stop thinking about negative things. He kept worrying about anticipation and thinks in circles on things that make him upset. The more he thinks the more he couldn't stop, leading to paranoia.

I told him this condition happened because the mind hasn't been trained and not yet understood about the energy field.

.

This world is an energy field as well as the mind. When we let the mind open or send frequency waves into negative flow consistently, this wave will be pulled by the magnetic waves causing connection of other negative flow darting into clusters. The same as thinking in circles or having ill thoughts, the main ill thoughts become a bridge connecting other matter into the mind causing a heavy grief and is difficult to escape from this frequency, if we don’t learn how to let go.

.

Being pessimistic, not only can lead to meeting unfavorable people but may also push oneself into difficult situations. The same as when thinking positively, although facing unfavorable matters, if one tries to think contrastingly that no matter how things in life are, be it good or bad, all are the test for the mind. Then it will bring in positive power into the mind. Not only to prevent the mind from paranoia, the mind wave that we have exported, will bring good matters or people into life since it is drawing in the same type of frequency wave. For example, when writing or sending positive messages to the world, people who came to read would feel calm and not upset.

.

This is also caused by the power of positive thinking and the understanding of being in the energy field. In order to achieve this, one needs to persevere training the mind as a habit. If we want to change life seriously, we need to be determined to sincerely correct it.

.

The way to prevent the mind from being mournful, one needs to train mindfulness in every action along with consciousness and know clearly. When knowing clearly it will lead to the realization of what’s coming to impact the mind. The mind will know quickly that this is the kilesa. When the mind refrained from responding to illusions only knows there is anger, unsatisfaction, jealousy and only knows without adding more feelings to become emotion. Soon all these thoughts will disappear because it is the energy wave that does not last for long.

.

Source: Awaken from Madness Volume 1 Topic: Law of Physics and Energy Field

.

“พลังของการคิดบวก”

อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล

.

มีคนมาปรึกษาด้วยความหม่นหมองใจว่า เขาไม่สามารถหยุดคิดเรื่องที่เป็นลบได้ เขาได้แต่คิดกังวลใจต่อสิ่งที่คาดหวัง และคิดวนต่อสิ่งที่เข้ามากระทบใจที่ทําให้จิตขุ่นเคืองใจ และยิ่งคิดก็ยิ่งหยุดไม่ได้ จนจิตตก ข้าพเจ้าบอกว่า อาการเช่นนี้ เป็นเพราะจิตไม่ได้ฝึกฝนและไม่เข้าใจเรื่องสนามพลังงาน

.

โลกนี้เป็นสนามพลังงาน จิตก็เป็นสนามพลังงาน เมื่อเราปล่อยให้จิตเปิดช่องหรือคลื่นความถี่ไปสู่กระแสลบอยู่เสมอ คลื่นนี้จะถูกโน้มดึงไปด้วยคลื่นแม่เหล็ก เกิดการจูนกระแสที่เป็นลบอื่น ๆ ถาโถมตามมาเป็นพรวน เช่นเดียวกันกับการคิดวน คิดแต่เรื่องร้าย ๆ เรื่องร้ายหลักที่คิดอยู่ก็กลายเป็นสะพานเชื่อมเรื่องอื่นเข้ามาสู่จิต ทําให้จิตหม่นหมองหนักออกไปจากย่านความถี่นี้ไม่ได้ หากไม่รู้จักปล่อยวาง

.

การคิดแต่เรื่องร้าย ๆ นอกจากจะทําให้ไปเจอคนร้าย ๆ แล้ว ก็ยังผลักดันตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ยากลําบาก เช่นเดียวกับการคิดในสิ่งที่ดี แม้จะเป็นเรื่องไม่ดี หากแต่ฝึกคิดกลับด้านว่า เรื่องใด ๆ ในชีวิตไม่ว่าจะดีหรือร้าย คือการให้จิตได้มีบททดสอบทั้งสิ้น จิตก็จะโน้มนําเอาแต่พลังดี ๆ เข้ามาสู่จิต นอกจากทําให้จิตไม่ตกแล้ว คลื่นจิตที่เราส่งออกไป ก็จะนำให้มีเรื่องดี ๆ คนดี ๆ เข้ามาสู่ชีวิต เพราะเป็นการโน้มดึงด้วยคลื่นความถี่ชนิดเดียวกัน เช่น เมื่อเขียนหรือส่งความคิดดี ๆ ไปสู่โลก คนมาอ่านก็รู้สึกเย็น ไม่ร้อนรุ่มใจ นี่ก็เกิดด้วยพลังของการคิดบวกและการเข้าใจการอยู่ในสนามพลังงาน

.

การจะทําเช่นนี้ได้ ต้องหมั่นพากเพียรฝึกฝนจิตจนกลายเป็นนิสัย หากเราอยากเปลี่ยนแปลงชีวิตจริงจัง ต้องปักหลักแก้อย่างจริงใจ

.

การจะไม่ให้จิตหม่นหมอง จึงต้องฝึกความมีสติสัมปชัญญะในทุกอิริยาบถควบคู่ไปด้วย คือการฝึกความรู้ตัว รู้ให้ชัด เมื่อรู้ชัดก็จะนำไปสู่การรู้ทันว่ามีอะไรมากระทบจิตก็จะรู้ตัวได้เร็วว่านี่คือกิเลส เมื่อจิตไม่ไปทำปฏิกิริยาปรุงแต่งเพิ่ม แค่รู้ว่าโกรธ รู้ว่าไม่พอใจ รู้ว่าจิตกําลังริษยาอยู่ รู้อย่างเดียวไม่ไปทวีความรู้สึกให้กลายเป็นอารมณ์ขึ้นมา ไม่นานความคิดเหล่านี้จะหายไป เพราะมันเป็นคลื่นพลังงานที่ตั้งอยู่ไม่ได้นาน

.

ที่มา : หนังสือฆราวาสบรรลุธรรม เล่ม 1 เรื่อง กฎของฟิสิกส์ สนามพลังงาน

.